photo sharing and upload picture albums photo forums search pictures popular photos photography help login
Graversen Greenberg | profile | guestbook | all galleries | recent tree view | thumbnails




คดีครอบครัว คือ ข้อพิพาทหรือการดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัว ทั้งเรื่องการสมรส การหย่า อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู และทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ในเขตอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวตามที่กฎหมายกำหนด แม้หลายคนเข้าใจว่าคดีครอบครัวมีแค่การฟ้องหย่า แต่จริง ๆ แล้วขอบเขตกว้างกว่านั้นมาก และมีหลักเกณฑ์เฉพาะที่แตกต่างจากคดีแพ่งทั่วไป




เมื่อเกิดปัญหาครอบครัว สิ่งแรกที่ควรทำคือทำความเข้าใจว่าข้อพิพาทของเราจัดอยู่ในประเภทใด เพราะแต่ละเรื่องมีขั้นตอนและผลทางกฎหมายต่างกัน บางเรื่องตกลงกันได้และจดทะเบียนได้เลย แต่บางเรื่องต้องให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด การรู้ขอบเขตของคดีครอบครัวจึงช่วยให้วางแผนได้ถูกตั้งแต่ต้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูแนวทางได้ที่ https://thanaidee.com/คดีครอบครัว/ หรือศึกษาแหล่งความรู้อื่น ๆ เช่น https://thanaidee.com/




คดีครอบครัวครอบคลุมเรื่องหย่าโดยความยินยอมหรือโดยคำพิพากษาหรือไม่?




ครอบคลุมทั้งสองรูปแบบ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 การหย่าทำได้โดยความยินยอมของทั้งสองฝ่ายหรือโดยคำพิพากษาของศาล การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคน และตามมาตรา 1515 จะสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนการหย่าแล้วเท่านั้น ส่วนการหย่าโดยคำพิพากษาต้องอาศัยเหตุตามมาตรา 1516 และศาลเป็นผู้วินิจฉัย




ความแตกต่างที่สำคัญคือ การหย่าโดยความยินยอมคู่สมรสตกลงกันเองได้ทุกเรื่องและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานWhereasการหย่าโดยคำพิพากษาต้องผ่านกระบวนการศาล ซึ่งศาลจะพิจารณาเหตุฟ้องหย่าและมีคำสั่งเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ เช่น อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู และสินสมรสไปพร้อมกัน



https://thanaidee.com/


สินสมรสถูกจัดเป็นคดีครอบครัวด้วยหรือไม่?




ใช่ สินสมรสเป็นส่วนหนึ่งของคดีครอบครัว เพราะเมื่อหย่ากันจะต้องมีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส ตามมาตรา 1532–1533 กำหนดให้แบ่งสินสมรสให้แต่ละฝ่ายได้ส่วนเท่ากัน หากหย่าโดยความยินยอมจะแบ่งตามที่มีอยู่ ณ เวลาจดทะเบียนหย่า แต่หากหย่าโดยคำพิพากษา คำพิพากษาส่วนที่บังคับทรัพย์สินมีผลย้อนถึงวันฟ้องหย่า




ประเด็นที่มักเข้าใจผิดคือ คู่สมรสอาจคิดว่าทรัพย์สินที่หามาได้ระหว่างสมรสเป็นของใครของมัน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะกฎหมายสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสที่ต้องแบ่งกัน เว้นแต่มีข้อตกลงหรือหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นสินส่วนตัว การจัดการทรัพย์สินจึงควรทำความเข้าใจตั้งแต่ก่อนยื่นฟ้องเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ




อำนาจปกครองบุตรอยู่ในขอบเขตคดีครอบครัวอย่างไร?




อำนาจปกครองบุตรเป็นเรื่องหลักในคดีครอบครัว ตามมาตรา 1520 กำหนดว่าการหย่าโดยความยินยอมให้ตกลงเป็นหนังสือว่าฝ่ายใดใช้อำนาจปกครองบุตรคนใด ถ้าตกลงไม่ได้ให้ศาลชี้ขาด และหากหย่าโดยคำพิพากษา ศาลที่พิจารณาคดีหย่าเป็นผู้ชี้ขาด โดยคำนึงถึงความผาสุกและประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ




นอกจากนี้ มาตรา 1566 ระบุว่าบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องอยู่ใต้อำนาจปกครองของบิดามารดา และอำนาจปกครองอาจอยู่กับฝ่ายเดียวได้ในกรณีที่กฎหมายกำหนด เช่น อีกฝ่ายตาย ศาลสั่ง หรือบิดามารดาตกลงกันตามที่กฎหมายให้ตกลงได้ การตัดสินเรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การเลือกฝ่ายที่รักลูกมากกว่า แต่ศาลจะพิจารณาประโยชน์ของเด็กเป็นศูนย์กลาง




ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเป็นคดีครอบครัวประเภทใด?




ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรถือเป็นคดีครอบครัวด้านครอบครัวโดยตรง เพราะเกี่ยวกับหน้าที่ของบิดามารดา ตามมาตรา 1522 กำหนดว่าการหย่าโดยความยินยอมให้ตกลงในสัญญาหย่าว่าฝ่ายใดจะออกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรเท่าใด ถ้าหย่าโดยคำพิพากษาหรือสัญญาหย่าไม่ได้กำหนดไว้ ให้ศาลเป็นผู้กำหนด และมาตรา 1564 ระบุว่าบิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่บุตรระหว่างที่เป็นผู้เยาว์




ประเด็นสำคัญคือค่าอุปการะเลี้ยงดูไม่ใช่การซื้อสิทธิ์ขาดจากกัน แต่เป็นหน้าที่ที่ยังคงอยู่แม้หย่ากันแล้ว หากฝ่ายที่ต้องจ่ายไม่จ่ายหรือจ่ายไม่เพียงพอ ฝ่ายที่เลี้ยงดูสามารถร้องขอให้ศาลกำหนดใหม่ได้ตามมาตรา 1598/38 และหากสถานการณ์เปลี่ยนไป ศาลอาจสั่งเพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกก็ได้ตามมาตรา 1598/39




ค่าเลี้ยงชีพระหว่างคู่สมรสจัดเป็นคดีครอบครัวหรือไม่?




จัดเป็นคดีครอบครัว ตามมาตรา 1526 กำหนดว่าถ้าเหตุหย่าเป็นความผิดของฝ่ายเดียว และการหย่าทำให้อีกฝ่ายยากจนลงเพราะไม่มีรายได้พอ อีกฝ่ายขอค่าเลี้ยงชีพได้ ศาลจะให้เพียงใดหรือไม่ให้ก็ได้ ซึ่งเป็นดุลพินิจของศาลที่พิจารณาจากพฤติการณ์และฐานะของทั้งสองฝ่าย




ข้อที่ควรทราบคือค่าเลี้ยงชีพไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ ผู้ขอต้องแสดงให้เห็นว่าได้รับความเดือดร้อนทางการเงินหลังหย่า และความเดือดร้อนนั้นเกิดจากเหตุหย่าที่อีกฝ่ายเป็นฝ่ายผิด การเตรียมหลักฐานเรื่องรายได้และค่าใช้จ่ายจึงมีผลต่อการพิจารณาของศาล




ระหว่างคดีหย่า ศาลสั่งเรื่องชั่วคราวได้ไหม?




ได้ ตามมาตรา 1530 ระหว่างคดีฟ้องหย่า ถ้าฝ่ายใดร้องขอ ศาลอาจสั่งชั่วคราวในเรื่องสินสมรส ที่พักอาศัย การอุปการะเลี้ยงดูคู่สมรส และการพิทักษ์อุปการะเลี้ยงดูบุตรได้ ซึ่งช่วยบรรเทาความเดือดร้อนระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุด




คำสั่งชั่วคราวนี้มีผลในระหว่างการพิจารณา ไม่ใช่คำพิพากษาขั้นสุดท้าย คู่ความจึงควรร้องขอเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ฝ่ายหนึ่งย้ายบุตรไปอยู่ต่างจังหวัด หรืออีกฝ่ายขายทรัพย์สินที่เป็นสินสมรส เพื่อรักษาสถานะเดิมไว้ก่อนศาลมีคำพิพากษา




การหย่ามีผลทางกฎหมายเมื่อใด?




ตามมาตรา 1531 การหย่าโดยความยินยอมมีผลนับแต่จดทะเบียนการหย่า ส่วนการหย่าโดยคำพิพากษามีผลแต่เวลาที่คำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งหมายความว่าการหย่าจะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อผ่านขั้นตอนเหล่านี้แล้ว ไม่ใช่แค่วันที่ตกลงกันได้หรือวันที่ศาลพิพากษา




ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าการแยกกันอยู่หรือเลิกกันเองทำให้สถานะสมรสสิ้นสุดลง ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะสถานะสมรสจะสิ้นสุดเมื่อจดทะเบียนหย่าหรือคำพิพากษาถึงที่สุดเท่านั้น ระหว่างนั้นคู่สมรสยังมีหน้าที่และสิทธิตามกฎหมายอยู่




ค่าทดแทนจากชู้อยู่ในคดีครอบครัวหรือไม่?




อยู่ในคดีครอบครัว ตามมาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) คู่สมรสมีสิทธิได้ค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่ายและจากผู้ที่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหรือผู้เป็นเหตุแห่งการหย่า และอาจเรียกจากผู้ที่ล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายในทำนองชู้ หรือผู้ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ในทำนองชู้ แต่ถ้ายินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้




ประเด็นสำคัญคือสิทธิเรียกร้องค่าทดแทนจะเกิดขึ้นเมื่อศาลพิพากษาให้หย่าโดยอาศัยเหตุตามมาตรา 1516 (1) เท่านั้น หากฟ้องหย่าด้วยเหตุอื่น สิทธิเรียกค่าทดแทนจากชู้อาจไม่เกิด และต้องระวังว่าสิทธิฟ้องหย่าโดยอาศัยเหตุตามมาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) ระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริง ตามมาตรา 1529




คดีครอบครัวต้องใช้ทนายความเสมอไปหรือไม่?




ไม่บังคับ แต่การมีทนายช่วยให้เข้าใจขั้นตอนและเตรียมหลักฐานได้ครบถ้วน โดยเฉพาะคดีที่ซับซ้อนเรื่องสินสมรส อำนาจปกครองบุตร หรือค่าทดแทน ซึ่งต้องอาศัยการตีความกฎหมายและดุลพินิจของศาล การปรึกษาทนายตั้งแต่ต้นจึงลดความเสี่ยงที่จะเสียสิทธิ




หากเป็นคดีที่ไม่ซับซ้อนและคู่ความตกลงกันได้ทุกเรื่อง การดำเนินการด้วยตนเองอาจทำได้ แต่ควรศึกษาขั้นตอนการจดทะเบียนหย่าและเอกสารที่ต้องใช้ให้ดี เพราะข้อผิดพลาดในขั้นตอนเหล่านี้อาจทำให้การหย่าไม่สมบูรณ์และต้องเริ่มใหม่




คำถามที่พบบ่อย คดีครอบครัวคืออะไรและครอบคลุมเรื่องใด




คดีครอบครัวกับคดีแพ่งทั่วไปต่างกันอย่างไร?




คดีครอบครัวเป็นคดีแพ่งประเภทหนึ่งที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ในครอบครัวโดยเฉพาะ เช่น การหย่า อำนาจปกครองบุตร และค่าอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งมีหลักเกณฑ์และกระบวนพิจารณาเฉพาะที่คำนึงถึงความผาสุกของบุตรและความเป็นอยู่ของคู่สมรสเป็นสำคัญ ต่างจากคดีแพ่งทั่วไปที่มุ่งเรื่องหนี้สินหรือสัญญาเป็นหลัก




ถ้าไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่มีบุตรด้วยกัน ถือเป็นคดีครอบครัวไหม?




ประเด็นเรื่องบุตรยังถือเป็นเรื่องครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องอำนาจปกครองและค่าอุปการะเลี้ยงดูตามมาตรา 1564 และมาตรา 1598/38 ซึ่งบิดามารดาต้องอุปการะเลี้ยงดูบุตรแม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่เรื่องสินสมรสจะไม่เกิดเพราะไม่มีสถานะสมรสตามกฎหมาย




การตกลงเรื่องบุตรและทรัพย์สินก่อนหย่า ต้องทำเป็นหนังสือหรือไม่?




การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือและมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อยสองคนตามมาตรา 1514 และเรื่องอำนาจปกครองบุตรต้องตกลงเป็นหนังสือตามมาตรา 1520 ส่วนค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรให้ตกลงในสัญญาหย่าตามมาตรา 1522 การทำเอกสารให้ถูกต้องจึงสำคัญมาก




ถ้าอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามสัญญาหย่า จะทำอย่างไร?




หากอีกฝ่ายไม่จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องบุตร ผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอต่อศาลเพื่อบังคับตามสัญญาหรือขอให้ศาลกำหนดใหม่ได้ตามมาตรา 1598/38 และหากพฤติการณ์เปลี่ยนไป ศาลอาจสั่งเพิกถอน ลด เพิ่ม หรือกลับให้ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกตามมาตรา 1598/39




ค่าทดแทนจากชู้ต้องเรียกตอนไหน?




ต้องเรียกในคดีฟ้องหย่าที่อาศัยเหตุตามมาตรา 1516 (1) และศาลต้องพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุดังกล่าวก่อน จึงจะมีสิทธิเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 อีกทั้งต้องยื่นฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ความจริงตามมาตรา 1529




หลังหย่าแล้ว ลูกยังมีสิทธิรับมรดกจากพ่อแม่ไหม?




บุตรยังคงเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายและมีสิทธิรับมรดกจากบิดามารดาเสมอ การหย่าของบิดามารดาไม่กระทบสถานะความเป็นบุตร และไม่กระทบสิทธิในการรับมรดกตามกฎหมาย แต่หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูอาจต้องพิจารณาตามมาตรา 1564 ประกอบกับพฤติการณ์




หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อให้เข้าใจภาพรวมของคดีครอบครัว ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาทของตนเอง ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง



This gallery is empty.