![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| Delgado Lassen | profile | guestbook | all galleries | recent | tree view | thumbnails |

หลายคนเข้าใจว่าหนังสือมอบอำนาจที่ทำไว้ครั้งหนึ่งสามารถใช้ได้ตลอดไปจนกว่าจะฉีกทิ้ง ความจริงแล้วอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจมีจุดสิ้นสุดเสมอ ไม่ว่าจะเพราะตัวการถึงแก่ความตาย การถอนอำนาจ หรือเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด เมื่ออำนาจสิ้นสุดลง หนังสือมอบอำนาจที่ยังเก็บไว้ก็ไม่สามารถใช้แทนตัวการได้อีก การเข้าใจเรื่องนี้จึงสำคัญมากสำหรับผู้ที่ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่น ทั้งการมอบอำนาจให้ทนายความไปดำเนินคดี ไปทำธุรกรรมที่ดิน หรือไปโอนรถแทนเรา หากไม่รู้ว่าอำนาจสิ้นสุดเมื่อไหร่ อาจเกิดปัญหาตามมาได้
บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพว่าอะไรทำให้ความเป็นตัวแทนสิ้นสุดลง และถ้าต้องการเพิกถอนอำนาจก่อนกำหนด จะต้องแจ้งอย่างไรให้มีผลกับคนนอกที่เกี่ยวข้อง หากต้องการตรวจสอบว่าผู้รับมอบอำนาจเป็นทนายความจริงหรือไม่ สามารถใช้วิธี https://thanaidee.com/ตรวจสอบทนายความ/ ประกอบการตัดสินใจได้ก่อนลงนามในเอกสารใด ๆ และสำหรับแนวทางเรื่องเอกสารและสัญญาเพิ่มเติม ดูข้อมูลได้ที่ https://thanaidee.com/
โดยหลักแล้วเมื่อตัวการถึงแก่ความตาย ความเป็นตัวแทนย่อมสิ้นสุดลง หนังสือมอบอำนาจที่เคยให้ไว้จึงไม่สามารถใช้ทำการแทนตัวการที่เสียชีวิตแล้วได้ แม้ผู้รับมอบอำนาจจะยังถือหนังสือฉบับนั้นอยู่ก็ตาม หากผู้รับมอบนำไปใช้หลังจากนั้น การกระทำอาจไม่มีผลผูกพันกองมรดกหรือทายาทแต่อย่างใด
อย่างไรก็ดี ในทางปฏิบัติอาจมีข้อเท็จจริงที่ซับซ้อน เช่น ผู้รับมอบอำนาจไม่รู้ว่าตัวการเสียชีวิต หรือเป็นการทำธุรกรรมต่อเนื่องที่คู่สัญญาเข้าใจว่ายังใช้ได้ จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนสรุปว่าการกระทำนั้นมีผลหรือไม่
ตัวการสามารถถอนอำนาจที่ให้ไว้กับตัวแทนได้เสมอ ตราบใดที่ยังไม่มีการสละสิทธิหรือทำข้อตกลงเป็นอย่างอื่น การถอนอำนาจทำได้ด้วยการบอกกล่าวไปยังตัวแทนให้ชัดเจนว่าต้องการเพิกถอนอำนาจที่ให้ไว้ทั้งหมด หรือเพิกถอนเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยควรทำเป็นหนังสือเพื่อให้มีหลักฐานยืนยันว่าถูกบอกกล่าวแล้ว และลงวันที่กำกับไว้ให้แน่ชัด
การบอกกล่าวด้วยวาจาอาจทำได้ แต่จะเกิดปัญหาเรื่องการพิสูจน์ในภายหลังหากอีกฝ่ายปฏิเสธ จึงควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรและเก็บสำเนาไว้เป็นหลักฐาน นอกจากนี้หากมีเอกสารต้นฉบับที่ให้ไว้ ควรเรียกร้องขอคืนด้วยเพื่อไม่ให้ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
หากตัวแทนทำการไปก่อนที่จะรู้ว่าตัวการถอนอำนาจ การกระทำนั้นยังคงมีผลผูกพันตัวการได้ ตามหลักเรื่องตัวแทนที่ทำการโดยสุจริตและยังไม่ทราบว่าอำนาจสิ้นสุดลง ตัวการจึงต้องรับผลที่เกิดขึ้นก่อนช่วงเวลาที่ตัวแทนรู้เรื่องการถอนอำนาจ
แต่เมื่อตัวแทนรู้แล้วว่าอำนาจถูกถอน หากยังทำการต่อไป การกระทำนั้นย่อมไม่ผูกพันตัวการ และตัวแทนอาจต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นเอง ตัวการควรเก็บหลักฐานการแจ้งแและวันที่แจ้งไว้ให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นหลักฐานในกรณีที่มีข้อโต้แย้งตามมาภายหลัง
การเพิกถอนอำนาจให้มีผลกับบุคคลภายนอก ตัวการต้องแจ้งให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องทราบด้วยว่าถอนอำนาจแล้ว หากแจ้งเพียงตัวแทนแต่บุคคลภายนอกไม่รู้ การทำธุรกรรมกับบุคคลภายนอกที่สุจริตอาจยังมีผลผูกพันตัวการได้อยู่ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือบอกกล่าวเป็นหนังสือให้บุคคลภายนอกที่ต้องติดต่อด้วยโดยตรง
หากเป็นกรณีที่มีการมอบอำนาจไปทำธุรกรรมกับหน่วยงานราชการ ควรแจ้งหน่วยงานนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย เพื่อให้เจ้าหน้าที่หยุดรับเอกสารหรือการกระทำที่อ้างอำนาจเดิม และควรเก็บหลักฐานการรับแจ้งทุกครั้งไว้ในแฟ้มของตนเอง
เมื่ออำนาจสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุใด ควรเรียกหนังสือมอบอำนาจฉบับเดิมคืนจากผู้รับมอบอำนาจทันที เพื่อป้องกันการนำไปใช้ซ้ำโดยที่เราไม่รู้ หากเรียกคืนไม่ได้ ควรแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้รับมอบและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่าเอกสารฉบับนั้นหมดผลแล้ว และจัดทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ไม่ควรปล่อยให้หนังสือมอบอำนาจฉบับเดิมลอยอยู่ในมือผู้อื่น เพราะอาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมได้ แม้ว่าในทางกฎหมายอำนาจจะสิ้นสุดแล้วก็ตาม แต่การป้องกันล่วงหน้าจะช่วยลดความยุ่งยากในการพิสูจน์ภายหลังได้มาก
นอกจากตัวการถึงแก่ความตายและการถอนอำนาจแล้ว ความเป็นตัวแทนยังสิ้นสุดลงได้จากเหตุอื่น เช่น ตัวแทนบอกเลิกเป็นตัวแทน ตัวแทนหรือตัวการตกเป็นบุคคลล้มละลาย หมดความสามารถ หรือมีเหตุตามที่กฎหมายกำหนดไว้ หรือเมื่อกิจการที่มอบหมายสำเร็จลุล่วงแล้ว หากเป็นกรณีที่สัญญามีกำหนดเวลาไว้ ก็จะสิ้นสุดเมื่อครบกำหนด
ดังนั้นการทำหนังสือมอบอำนาจจึงควรระบุขอบเขตของงาน ระยะเวลา และเงื่อนไขการสิ้นสุดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งว่าอำนาจยังอยู่หรือไม่ในภายหลัง และควรทบทวนเอกสารเป็นระยะหากเป็นเรื่องที่ใช้ต่อเนื่องยาวนาน
ผู้รับมอบอำนาจไม่ควรสันนิษฐานเองว่าอำนาจยังอยู่ตลอดไป ควรสอบถามตัวการหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นระยะว่ายังต้องการให้ดำเนินการต่อหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปนาน หรือเมื่อทราบว่าตัวการมีปัญหาสุขภาพ ปัญหาการเงิน หรือมีการเปลี่ยนแปลงสถานะอื่นที่อาจทำให้อำนาจสิ้นสุดลง หากไม่แน่ใจ ควรหยุดรอคำยืนยันก่อนทำการใด ๆ
การทำธุรกรรมโดยที่อำนาจสิ้นสุดลงแล้ว อาจทำให้ผู้รับมอบอำนาจต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ แม้จะทำไปโดยสุจริตก็ตาม จึงควรบันทึกทุกครั้งที่ติดต่อกับตัวการ และเก็บหลักฐานการได้รับคำยืนยันไว้เป็นหลักฐาน
การมอบอำนาจให้ทนายความมีจุดที่ต้องระวังคล้ายกับการมอบอำนาจทั่วไป แต่เพิ่มความสำคัญเรื่องการตรวจสอบสถานะว่าผู้รับมอบเป็นทนายความที่จดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ เพราะกฎหมายกำหนดคุณสมบัติและสถานะของทนายความไว้ชัดเจน หากผู้รับมอบมิใช่ทนายความจริง การดำเนินการแทนเราอาจมีปัญหาได้
ควรระบุขอบเขตงานชัดเจน เช่น ให้ดำเนินคดีในชั้นใด เรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ มีอำนาจเจรจายอมความหรือไม่ และควรกำหนดระยะเวลาการมอบอำนาจ หากเป็นคดีที่ใช้เวลานาน การทบทวนหนังสือมอบอำนาจเป็นระยะจะช่วยลดความเสี่ยงที่อำนาจจะยังคงอยู่โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ
หากทราบว่ามีผู้อ้างว่าหนังสือมอบอำนาจยังใช้ได้ทั้งที่อำนาจสิ้นสุดแล้ว ควรแจ้งเป็นหนังสือไปยังผู้นั้นและบุคคลที่เกี่ยวข้องทันทีว่าเราไม่ได้ให้อำนาจอีกต่อไป พร้อมเก็บหลักฐานการแจ้งไว้ทุกครั้ง หากเป็นการทำธุรกรรมกับหน่วยงาน ควรแจ้งหน่วยงานนั้นเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อหยุดการรับเอกสารหรือการดำเนินการ
หากพบความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินแนวทางดำเนินการ เพราะการจัดการกับเรื่องลักษณะนี้ต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป ทั้งเรื่องสัญญา เรื่องการพิสูจน์ความเสียหาย และเรื่องความรับผิดของตัวแทนหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง
โดยหลักอำนาจยังไม่สิ้นสุดเพียงเพราะป่วยหนัก แต่ต้องดูด้วยว่าตัวการยังมีความสามารถทำนิติกรรมอยู่หรือไม่ หากความสามารถเปลี่ยนไป อำนาจอาจมีปัญหาตามมา ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนให้ผู้รับมอบดำเนินการต่อ
การเพิกถอนอำนาจไม่จำเป็นต้องใช้ตัวจริงของหนังสือมอบอำนาจ แต่ควรทำเป็นหนังสือแจ้งการถอนอำนาจให้ชัดเจนและเก็บสำเนาไว้ ส่วนตัวจริงควรเรียกคืนเพื่อป้องกันการนำไปใช้ซ้ำ
การแจ้งถือว่ามีผลเมื่อได้ดำเนินการตามช่องทางที่เหมาะสม เช่น ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ หรือมีพยานรู้เห็น การไม่ยอมรับทราบของคนรับไม่ทำให้การแจ้งนั้นเสียผลไป แต่ต้องเก็บหลักฐานการส่งและการถึงไว้ให้ครบถ้วน
ควรระบุขอบเขตงานให้ชัดว่าดำเนินการเรื่องใด ชั้นศาลใด มีอำนาจเจรจาหรือยอมความได้หรือไม่ และกำหนดระยะเวลาไว้ให้ชัดเจน หากมีค่าจ้างหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องก็ควรมีข้อตกลงแยกให้ชัดเจนเพื่อลดข้อโต้แย้ง
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือหยุดและสอบถามตัวการหรือผู้มีอำนาจยืนยันก่อนทำการใด ๆ และขอให้มีการยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร หากมีข้อสงสัยเรื่องเอกสารและสัญญา ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินก่อนดำเนินการ
ข้อมูลในบทความนี้เป็นความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหนังสือมอบอำนาจและการสิ้นสุดอำนาจ ไม่ถือเป็นคำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงแต่ละเรื่องอาจแตกต่างกัน การตัดสินใจดำเนินการควรปรึกษาทนายความที่มีใบอนุญาตหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นโดยตรง