![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| Barnes William | profile | guestbook | all galleries | recent | tree view | thumbnails |

คนจำนวนมากที่ตั้งใจหยุดสูบบุหรี่มักสงสัยว่า เลิกบุหรี่ตอนป่วยดีไหม เพราะช่วงที่ร่างกายไม่สบาย ทั้งเป็นไข้หวัด เจ็บคอ หรือมีอาการไอ ความอยากบุหรี่มักลดลงไปเองตามธรรมชาติ บทความนี้จะอธิบายอย่างละเอียดว่าการตัดสินใจ เลิกบุหรี่ตอนป่วยดีไหม นั้นมีข้อดีและข้อควรระวังอย่างไร เหมาะกับใคร และควรเตรียมตัวอย่างไรให้ปลอดภัยต่อสุขภาพ เพื่อให้คุณใช้จังหวะที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนนี้เริ่มต้นเลิกได้อย่างมั่นใจและมีโอกาสสำเร็จมากที่สุด
ในทางการแพทย์ ช่วงที่เราป่วยถือเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคและพยายามฟื้นฟูตัวเอง ระบบภูมิคุ้มกันทำงานหนักกว่าปกติ การได้รับสารพิษจากควันบุหรี่เพิ่มเข้าไปในช่วงนี้จึงยิ่งเป็นภาระให้กับปอดและหลอดลมที่อักเสบอยู่แล้ว หลายคนสังเกตว่าเมื่อเป็นไข้หวัดหรือเจ็บคอ การสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติเปลี่ยน ระคายคอมากขึ้น และไอหนักกว่าเดิม ความรู้สึกไม่อร่อยและไม่สบายตัวนี้เองที่ทำให้ความต้องการนิโคตินลดลงชั่วคราว ซึ่งกลายเป็นโอกาสทองสำหรับการเริ่มต้นเลิก เพราะเรามีแรงต้านทางกายภาพมาช่วยลดความอยากอยู่แล้วโดยไม่ต้องฝืนใจมากเท่าวันปกติ
นอกจากนี้ การที่ร่างกายอ่อนเพลียและต้องพักผ่อนมาก ทำให้กิจวัตรประจำวันที่เคยเชื่อมโยงกับการสูบบุหรี่ เช่น การออกไปสูบหลังอาหาร สูบพร้อมดื่มกาแฟ หรือสูบขณะพักงาน ถูกตัดขาดไปโดยปริยาย เมื่อสิ่งกระตุ้นเหล่านี้หายไป ความเคยชินก็คลายลง ทำให้สมองมีโอกาสปรับตัวเข้าสู่ภาวะปลอดนิโคตินได้ง่ายขึ้น ร่างกายที่อยู่ในโหมดพักฟื้นยังหลั่งสารที่ทำให้เราอยากนอนและอยากอยู่นิ่ง ๆ มากกว่าอยากออกไปทำกิจกรรมที่กระตุ้นการสูบ จึงเท่ากับธรรมชาติช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเลิกให้เราโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคืออาการขาดนิโคติน เช่น หงุดหงิด ปวดศีรษะ หรือนอนไม่หลับ อาจซ้อนทับกับอาการป่วยจนทำให้รู้สึกแย่กว่าปกติได้ ดังนั้นการเตรียมใจและเข้าใจว่าอาการเหล่านี้เป็นเพียงชั่วคราวและจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วันจึงเป็นสิ่งสำคัญ การมองว่าความไม่สบายที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนี้คือราคาที่คุ้มค่าสำหรับอิสรภาพระยะยาว จะช่วยให้เราผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ไปได้ด้วยกำลังใจที่มั่นคงมากขึ้น
มีงานวิจัยและประสบการณ์จากผู้ที่เลิกสำเร็จจำนวนมากชี้ตรงกันว่า ช่วงเวลาที่อารมณ์และร่างกายอยู่ในภาวะพิเศษ เช่น ตอนป่วย เป็นช่วงที่สมองเปิดรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้ดี เพราะกิจวัตรเดิมถูกขัดจังหวะไปแล้ว เมื่อเราไม่ได้ทำสิ่งเดิมซ้ำ ๆ วงจรความเคยชินก็อ่อนกำลังลง การฉวยจังหวะนี้ตั้งต้นใหม่จึงมีโอกาสติดเป็นนิสัยใหม่ได้ง่ายกว่าการพยายามในวันที่ทุกอย่างยังเป็นปกติ ขอเพียงเราตระหนักว่านี่คือโอกาส และไม่ปล่อยให้ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์
ข้อได้เปรียบที่ชัดเจนที่สุดของการเลิกบุหรี่ตอนป่วยคือความอยากที่ลดลงเองตามที่กล่าวไปแล้ว เมื่อความอยากไม่รุนแรงเท่าวันปกติ ภาระทางจิตใจในการต่อสู้กับตัวเองก็เบาลง หลายคนที่เคยพยายามเลิกในวันที่ร่างกายแข็งแรงแต่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า กลับพบว่าการเริ่มต้นในวันที่ป่วยทำให้ผ่านสามวันแรกซึ่งเป็นช่วงที่ยากที่สุดไปได้ง่ายกว่ามาก เพราะร่างกายมีเหตุผลให้หยุดอยู่แล้ว และเมื่อผ่านด่านแรกที่หนักที่สุดมาได้ ความมั่นใจที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นแรงส่งให้เดินหน้าต่อ
ข้อดีอีกประการคือการป่วยเป็นเสมือนสัญญาณเตือนจากร่างกายโดยตรง มันย้ำเตือนให้เราเห็นว่าสุขภาพมีค่าเพียงใด เมื่อหายใจลำบากเพราะหวัดลงปอด เราจะรับรู้ได้ทันทีว่าการเติมควันเข้าไปอีกนั้นไม่สมเหตุสมผล แรงจูงใจทางอารมณ์นี้มีพลังมากกว่าการอ่านคำเตือนบนซองบุหรี่หลายเท่า การจดจำความรู้สึกอึดอัดในตอนป่วยไว้ และนำมาใช้เป็นเครื่องเตือนใจในวันที่หายดีแล้ว จะช่วยป้องกันการกลับไปสูบซ้ำได้ดี เพราะเรามีภาพความทรมานจริงอยู่ในความทรงจำ ไม่ใช่เพียงคำเตือนที่เป็นนามธรรม
นอกจากนี้ การหยุดสูบในช่วงป่วยยังช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยได้เร็วขึ้นด้วย เพราะออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น เลือดไหลเวียนดีขึ้น เยื่อบุทางเดินหายใจซ่อมแซมตัวเองได้ดีกว่าการที่ยังมีควันเข้าไปรบกวนซ้ำ ๆ อาการไอและเจ็บคอที่เป็นอยู่ก็มีแนวโน้มหายเร็วขึ้น การเลิกในจังหวะนี้จึงเหมือนได้ประโยชน์สองต่อ คือทั้งหายป่วยเร็วและเริ่มต้นชีวิตปลอดบุหรี่ไปพร้อมกัน หากต้องการข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับพิษภัยของผลิตภัณฑ์ยาสูบเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้จากแหล่งความรู้สาธารณะอย่าง https://th.wikipedia.org/wiki/บุหรี่ ซึ่งรวบรวมข้อมูลด้านองค์ประกอบของควันและผลกระทบต่อสุขภาพไว้อย่างครบถ้วน
อีกข้อดีที่มักถูกมองข้ามคือเรื่องการประหยัดและสุขอนามัยในบ้าน เมื่อหยุดสูบในช่วงป่วย คนรอบข้างที่อาจป่วยตามกันก็ไม่ต้องรับควันบุหรี่มือสองเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งสำคัญมากหากในบ้านมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุที่ระบบทางเดินหายใจบอบบาง การที่อากาศในบ้านสะอาดขึ้นยังช่วยให้ทุกคนรวมถึงตัวเราหายป่วยได้เร็วขึ้นด้วย นับเป็นประโยชน์ที่ส่งผลต่อคนทั้งครอบครัว ไม่ใช่เพียงตัวผู้สูบเท่านั้น จึงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ช่วงป่วยเป็นจังหวะที่เหมาะกับการเริ่มต้น
แม้การเลิกบุหรี่ตอนป่วยจะมีข้อดี แต่ก็มีสิ่งที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเช่นกัน ประการแรกคือ หากคุณป่วยหนักมากจนร่างกายเครียดและอ่อนล้าอย่างรุนแรง การเพิ่มความเครียดจากภาวะขาดนิโคตินเข้าไปอีกอาจทำให้รู้สึกทรมานเกินไป ในกรณีเช่นนี้ บางคนอาจเลือกรอให้อาการป่วยทุเลาลงก่อนเล็กน้อยแล้วค่อยเริ่ม แต่ก็ไม่ควรใช้เป็นข้ออ้างเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะไม่มีวันไหนที่พร้อมสมบูรณ์แบบสำหรับการเลิก สิ่งสำคัญคือเมื่อตัดสินใจแล้วต้องลงมือทำจริงและไม่ผัดวันต่อไปอีก
สิ่งที่ควรเตรียมเพื่อให้การเลิกในช่วงนี้ราบรื่นและปลอดภัยมีหลายอย่างที่ทำได้ทันที ได้แก่
นอกจากการเตรียมของแล้ว การเตรียมใจก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรบอกคนใกล้ตัวว่าคุณกำลังเลิกบุหรี่ เพื่อให้พวกเขาเข้าใจหากคุณอารมณ์ไม่ดีในช่วงแรก และช่วยเป็นกำลังใจ การหากิจกรรมเบา ๆ ทำระหว่างพักฟื้น เช่น อ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือดูซีรีส์ ก็ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความอยากได้ดี และทำให้เวลาผ่านไปโดยไม่หมกมุ่นกับการคิดถึงบุหรี่
หากระหว่างป่วยมีอาการรุนแรงผิดปกติ เช่น หายใจลำบากมาก ไข้สูงไม่ลด หรือไอเป็นเลือด ควรไปพบแพทย์ทันที และแจ้งแพทย์ว่ากำลังอยู่ในช่วงเลิกบุหรี่ เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของคุณ การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินจะทำให้การตัดสินใจปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น และยังช่วยแยกแยะได้ว่าอาการที่เป็นอยู่มาจากการป่วยหรือจากการถอนนิโคติน
หากผ่านช่วงป่วยและช่วงสามวันแรกไปได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อคือการสร้างกิจวัตรใหม่ที่ไม่มีบุหรี่อยู่ในนั้น ลองหากิจกรรมที่ทำให้มือและใจไม่ว่าง เช่น ออกกำลังกายเบา ๆ ทำสวน หรืองานฝีมือ และให้รางวัลตัวเองเป็นระยะเมื่อทำได้ตามเป้า การฉลองความสำเร็จเล็ก ๆ จะช่วยเสริมแรงจูงใจให้เดินหน้าต่อ และทำให้การเลิกครั้งนี้ที่เริ่มต้นจากตอนป่วย กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงถาวรที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
ป่วยเป็นหวัดธรรมดา เลิกบุหรี่เลยได้ไหม ได้และถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะความอยากบุหรี่มักลดลงเองในช่วงที่เจ็บคอและไอ การเริ่มในจังหวะนี้จะช่วยให้ผ่านช่วงสามวันแรกที่ยากที่สุดไปได้ง่ายขึ้น ขอเพียงเตรียมน้ำดื่ม การพักผ่อน และของขบเคี้ยวไว้ช่วยประคองอารมณ์ และตั้งใจไม่กลับไปหยิบบุหรี่อีกแม้อาการป่วยจะหายแล้ว
ขณะป่วย อาการขาดนิโคตินจะหนักขึ้นหรือไม่ อาจรู้สึกซ้อนทับกันบ้าง เช่น ปวดหัวหรือหงุดหงิด แต่ส่วนใหญ่อาการเหล่านี้เป็นเพียงชั่วคราวและจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่วัน การนอนหลับให้พอและดื่มน้ำมาก ๆ จะช่วยบรรเทาได้มาก หากทนไม่ไหวจริงควรปรึกษาเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำเรื่องตัวช่วยที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายในช่วงนั้น
กลัวว่าเลิกตอนป่วยแล้วจะกลับไปสูบใหม่เมื่อหายดี ควรทำอย่างไร ให้จดจำความรู้สึกอึดอัดตอนป่วยไว้เป็นเครื่องเตือนใจ และวางแผนรับมือสิ่งกระตุ้นล่วงหน้า เช่น เปลี่ยนกิจวัตรหลังอาหาร หาเครื่องดื่มทดแทน และบอกคนรอบข้างให้ช่วยสนับสนุน ความตั้งใจที่ต่อเนื่องและการหลีกเลี่ยงสถานการณ์เสี่ยงในช่วงแรกคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ไม่หวนกลับ
ควรใช้ยาช่วยเลิกบุหรี่ระหว่างป่วยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับชนิดของอาการป่วยและสุขภาพโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาใด ๆ เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการตีกันของยาและให้แน่ใจว่าวิธีที่เลือกเหมาะสมและปลอดภัยกับร่างกายในช่วงนั้นมากที่สุด สรุปแล้วคำตอบของคำถามที่ว่าควรเลิกในช่วงนี้หรือไม่ คือเป็นโอกาสที่ดีมาก หากเตรียมตัวอย่างเข้าใจและดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม
โดยสรุป ช่วงเวลาที่ร่างกายไม่สบายอาจฟังดูเป็นช่วงที่ไม่เหมาะกับการเริ่มสิ่งใหม่ แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นจังหวะที่ธรรมชาติยื่นโอกาสให้เรา ทั้งความอยากที่ลดลง กิจวัตรที่ถูกตัดขาด และแรงเตือนใจจากความเจ็บป่วยที่เห็นคุณค่าของสุขภาพชัดเจน หากเตรียมตัวให้พร้อม ดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม และตั้งใจไม่หวนกลับไปสูบอีกเมื่อหายดี การเลิกบุหรี่ในช่วงนี้ก็สามารถนำไปสู่ชีวิตที่ปลอดบุหรี่ได้อย่างมั่นคงและยืนยาว